Suntory

EN TH

ติดตามเราได้ที่

EN TH
Back

ซันโทรี่ เปิดตัว Flake-to-Preform Direct Recycling (FtoP) Technology ในประเทศไทย ปักธงเริ่มผลิตขวด PET รีไซเคิล 100% ด้วยเทคโนโลยีนี้ในปี 2571

August 25, 2026

ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ (Suntory Holdings) ประกาศเตรียมนำเทคโนโลยีรีไซเคิลจากเกล็ดพลาสติกสู่พรีฟอร์ม หรือที่เรียกว่า Flake-to-Preform (FtoP) Direct Recycling สำหรับผลิตขวด PET รีไซเคิล 100% มาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

บริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อผลิตพรีฟอร์ม (PET preforms)1 ด้วยเทคโนโลยี FtoP โดยใช้เกล็ดพลาสติก (PET flakes) ส่วนใหญ่จากอินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด คาดว่าจะมีกำลังการผลิตพรีฟอร์ม (PET preforms) ประมาณ 400 ล้านชิ้นต่อปี โดยบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนจัดซื้อพรีฟอร์ม (PET preforms) ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในเชิงพาณิชย์สำหรับการผลิตขวด PET เป็นครั้งแรก2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เกี่ยวกับเทคโนโลยี Flake-to-Preform (FtoP)

จากการพัฒนาร่วมกันระหว่างซันโทรี่และอีก 3 บริษัทพันธมิตร ซึ่งรวมถึง เคียวเอ อินดัสทรี (Kyoei Industry Co., Ltd.) บริษัทรีไซเคิลจากญี่ปุ่น ทำให้เทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรอย่าง FtoP สามารถผลิตพรีฟอร์ม (PET preforms) ได้โดยตรงจากขวด PET ที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ด้วยการลดขั้นตอนบางส่วนในกระบวนการแบบเดิม เช่น การตกผลึก (crystallization) และการอบแห้ง (drying) โดยคาดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากกระบวนการผลิตได้ราว 70%3 เมื่อเทียบกับการผลิตขวดพลาสติกใหม่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยซันโทรี่ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการผลิตขวด PET สำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2561

การขยายการใช้งานสู่ตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น

ที่ผ่านมา เทคโนโลยี FtoP จำเป็นต้องอาศัยการจัดหาขวด PET ใช้แล้วที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้การนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในตลาดมีข้อจำกัด เนื่องจากระบบการเก็บรวบรวมและรีไซเคิลในแต่ละประเทศมีความแตกต่างจากระบบที่พัฒนาแล้วในประเทศญี่ปุ่น

ในโครงการนี้ ซันโทรี่ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องจักร ได้แก่ NGR (Next Generation Recyclingmaschinen GmbH) และ Husky Technologies™ เพื่อปรับเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและระบบการรีไซเคิลขวด PET ในประเทศไทย โดยได้ปรับปรุงทั้งเกณฑ์การคัดเลือกขวด PET ที่เก็บรวบรวมได้ และกระบวนการกำจัดสิ่งปนเปื้อน ส่งผลให้ในปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถรองรับขวด PET ใช้แล้วที่มีคุณภาพแตกต่างกันได้ ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยในระดับเดียวกับที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น ทำให้สามารถแปรรูปเกล็ดพลาสติกใช้แล้ว (recycled PET flakes) ให้เป็นพรีฟอร์ม (PET preforms) คุณภาพสูงได้โดยตรง

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งความร่วมมือกับซันโทรี่ กรุ๊ป และอิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ ได้นำเอานวัตกรรมและความเชี่ยวชาญระดับโลกมาผสานกัน ทำให้การผลิตพลาสติก PET แบบหมุนเวียนในระดับพาณิชย์เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย รวมถึงยังช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านบรรจุภัณฑ์แบบหมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้แก่สิ่งแวดล้อม ลูกค้า และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”

นายเคนจิ โมโตโอริ ผู้อำนวยการ กรรมการบริหารอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจวัสดุ บริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ มีความยินดีที่ได้ริเริ่มโครงการนี้ร่วมกับ ซันโทรี่ กรุ๊ป เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ผ่านการร่วมทุนกับอินโดรามา เวนเจอร์ส บริษัทฯ จะเดินหน้าสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยการจัดหาพรีฟอร์ม (PET preforms) ที่ได้จากพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรของเราอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง”

แผนการดำเนินงานและแนวโน้มในอนาคต

ซันโทรี่ กรุ๊ป จะเริ่มนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยในปี 2571 โดยความร่วมมือกับบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมสำรวจโอกาสในการขยายการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสู่ตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต 

นายจุน อาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายหลักของซันโทรี่ กรุ๊ป ในการผลักดันการใช้ขวด PET ในฐานะบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เรามุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้ขวด PET เป็นโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”

ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยอาศัยทรัพยากรจากธรรมชาติและสายน้ำ พร้อมยึดมั่นในเป้าหมาย “เพื่อ
จุดประกายความสดใสของชีวิต โดยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย ให้ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล” ทำให้ซันโทรี่ กรุ๊ป มุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสังคมที่ยั่งยืนมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ภายใต้นโยบายด้านพลาสติกของซันโทรี่ กรุ๊ป (Suntory Group Plastic Policy) ที่ประกาศใช้ในปี 2562 กลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายให้ขวด PET ทั้งหมดที่ใช้ทั่วโลกผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ (Recycled or Bio-based materials) ภายในปี 2573 พร้อมยกเลิกการใช้พลาสติกใหม่ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Virgin Fossil-based materials)

ภายใต้กลยุทธ์ 2R+B (Reduce/Recycle + Bio) ซันโทรี่ กรุ๊ป ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การทำให้ขวด PET มีน้ำหนักเบาลง การรีไซเคิลขวด PET เพื่อนำมาผลิตเป็นขวดใหม่ (“bottle-to-bottle” horizontal recycling) ในประเทศญี่ปุ่น และการนำขวด PET ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (ขวด rPET) มาใช้ โดยซันโทรี่ กรุ๊ป จะยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อร่วมสร้างสังคมหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

*1 พรีฟอร์ม (PET preform) มีรูปทรงคล้ายหลอดทดลอง ผลิตจากเรซิ่น PET โดยจะถูกขึ้นรูปเป็นขวด PET ผ่านการให้ความร้อนแล้วเป่าลมแรงดันสูงเข้าไป

*2 อ้างอิงจากรายงานการประเมินของซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569)
*3 คำนวณจากฐานข้อมูลในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

เกี่ยวกับ ซันโทรี่ กรุ๊ป

ซันโทรี่ กรุ๊ป คือหนึ่งในผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่มุ่งจุดประกายความสดใสของชีวิต โดยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย ให้ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล ด้วยความตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติและทรัพยากรน้ำ ซันโทรี่ กรุ๊ป จึงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและหลากหลายในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่วิสกี้ญี่ปุ่นระดับรางวัลอย่าง ยามาซากิ (Yamazaki) และ ฮิบิกิ (Hibiki) วิสกี้อเมริกันระดับตำนานอย่าง จิมบีม (Jim Beam) และ แมกเกอร์ มาร์ค (Maker’s Mark) เครื่องดื่มพร้อมดื่มชนิดกระป๋อง -196 (minus one-nine-six) เบียร์ เดอะ พรีเมียม มอลท์ (The Premium Malt’s) ไวน์ญี่ปุ่น โทมิ (Tomi) และไวน์ Château Lagrange ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ออเรนจิน่า (Orangina) ลูโคเสด (Lucozade) โอเอซิส (Oasis) บอส คอฟฟี่ (BOSS Coffee) น้ำดื่ม ซันโทรี่ เทนเนนซุอิ (Suntory Tennensui) ชาอู่หลงทีพลัส (TEA+) และเครื่องดื่มชูกำลัง วี เอเนอร์จี (V Energy) รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่าง เซซามิน เอ็กซ์ (Sesamin EX)

ซันโทรี่ กรุ๊ป ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบธุรกิจครอบครัว ก่อนเติบโตสู่การเป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมภูมิภาคอเมริกา ยุโรป แอฟริกา เอเชีย และโอเชียเนีย โดยมีพนักงานประมาณ 40,000 คนทั่วโลก พร้อมผสานความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นเข้ากับความเข้าใจในรสนิยมของผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง

 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.suntory.com และ Drink Smart

 เกี่ยวกับ อินโดรามา เวนเจอร์ส

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย (Bloomberg: IVL.TB) เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีฐานการผลิตที่ครอบคลุมลูกค้าในระดับประเทศและระดับภูมิภาคทั่วทั้งยุโรป แอฟริกา อเมริกา และเอเชียแปซิฟิก โดยมีพนักงานกว่า 24,500 คนทั่วโลก ที่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเคมีเพื่อพัฒนาวัสดุที่ปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก กลุ่มธุรกิจของบริษัท ได้แก่ กลุ่ม Combined PET กลุ่ม Fibers กลุ่ม Indovinya และกลุ่ม Indovida ผลิตเคมีภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ เภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านและของใช้ส่วนบุคคล ยานยนต์ และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร โดยในปีพ.ศ. 2568 บริษัทมีรายได้รวม 13.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (447.2 พันล้านบาท) และได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Best-in-Class Indices สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ร่วมสร้างอนาคตที่วัสดุต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาให้มีนวัตกรรมมากขึ้น และสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.indoramaventures.com หรือ LinkedIn ของ Indorama Ventures

 เกี่ยวกับ อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น

อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจร (Integrated Energy Business) ครอบคลุมก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และเตาแก๊สพกพา ตลอดจนธุรกิจก๊าซอุตสาหกรรม (Industrial Gases Business) เช่น ไฮโดรเจน ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทดำเนินการมาตั้งแต่ก่อตั้ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายการดำเนินงานไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ได้แก่ ธุรกิจเครื่องจักร (Machinery Business) และธุรกิจวัสดุ (Materials Business)

Corporate Profile | About Iwatani | Iwatani Corporation

 

OTHER NEWS

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ชูกลยุทธ์ “ผู้บริโภคต้องมาก่อน” เร่งการเติบโตสู่ “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย”

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ทุ่มงบ 2 พันล้านบาท เพิ่มสายการผลิตโรงงานสระบุรี เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่ม รองรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ขับเคลื่อน “Uniquely Me, Growing As One” สร้างพื้นที่ทำงานที่ทุกคนเติบโตได้อย่างแท้จริง